หน้าหลัก > ธุรกิจเอสซีจี

ธุรกิจเอสซีจี

       
เอสซีจี แพคเกจจิ้ง
 

“เอสซีจี แพคเกจจิ้ง ได้เปลี่ยนชื่อจาก เอสซีจี เปเปอร์ เป็น เอสซีจี แพคเกจจิ้ง ตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นมา โดยการเปลี่ยนชื่อดังกล่าวสะท้อนถึงกลยุทธ์ของธุรกิจที่มุ่งเน้นด้านบรรจุภัณฑ์และยังสอดคล้องกับเป้าหมายการขยายธุรกิจในภูมิภาคอาเซียนอีกด้วย ดังจะเห็นได้จากการขยายธุรกิจเข้าสู่ Flexible Packaging ในช่วงสองปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ เอสซีจี แพคเกจจิ้ง ยังมุ่งเน้นการนำเสนอสินค้าและบริการด้านบรรจุภัณฑ์ ให้แก่ลูกค้าอย่างครบวงจรและยั่งยืน (Total Packaging Solutions Provider) ดังจะเห็นได้จากการพัฒนาสินค้าและบริการด้านบรรจุภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูงอย่างต่อเนื่อง”

ผลการดำเนินงานของธุรกิจ

ปี 2559 รายได้จากการขายรวม 74,542 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 5 เมื่อเทียบกับปี 2558 จากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น EBITDA เท่ากับ 10,745 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 1 จากปีก่อน และกำไรสำหรับปี 2559 3,565 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 3 เมื่อเทียบกับปีก่อน

สายธุรกิจกระดาษบรรจุภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ (Packaging Chain): สายธุรกิจกระดาษบรรจุภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ (Packaging Chain): ปริมาณขายรวมเพิ่มขึ้นร้อยละ 7 เมื่อเทียบกับปี 2558 ตามความต้องการใช้กระดาษบรรจุภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะกลุ่มประเทศในอาเซียน ซึ่งมีปริมาณความต้องการเพิ่มขึ้นร้อยละ 4 เมื่อเทียบกับปีก่อน

• สายธุรกิจเยื่อและกระดาษ (Fibrous Chain): ปริมาณขายกระดาษพิมพ์เขียนเพิ่มขึ้นร้อยละ 1 เมื่อเทียบกับปี 2558 จากปริมาณการส่งออกที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่ความต้องการของตลาดในประเทศยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง

การตลาดและการแข่งขัน

  • ปี 2559 ความต้องการใช้บรรจุภัณฑ์กระดาษลูกฟูกในประเทศไทยขยายตัวไม่มากนักจากผลของการบริโภคภายในประเทศชะลอตัว ขณะที่ความต้องการในอาเซียนยังคงเติบโตดีโดยเฉพาะประเทศเวียดนาม สำหรับด้านการแข่งขัน ผู้ผลิตในภูมิภาคยังขยายกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่องทำให้เกิดการแข่งขันด้านราคาซึ่งถือเป็นความท้าทายของผู้ประกอบการที่ต้องเร่งพัฒนาประสิทธิภาพภายในองค์กรเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า และรักษาการเติบโตของธุรกิจให้ได้อย่างยั่งยืน
  • ปริมาณความต้องการใช้กระดาษบรรจุภัณฑ์ในประเทศไทยยังคงเติบโต เช่นเดียวกับปริมาณความต้องการกระดาษบรรจุภัณฑ์ในอาเซียนยังคงเพิ่มขึ้นตามทิศทางของเศรษฐกิจและการผลิตเพื่อการส่งออก ส่วนด้านการแข่งขัน ผู้ผลิตรายต่าง ๆ ในภูมิภาคยังคงมีการขยายกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง
  • ความต้องการของอุตสาหกรรมกระดาษพิมพ์เขียนในประเทศมีปริมาณลดลงอย่างต่อเนื่อง จากการที่สื่อสิ่งพิมพ์ถูกทดแทนด้วยสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Digital Media) ในขณะเดียวกันปริมาณการนำเข้าในปี 2559 ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน นอกจากนี้ อุตสาหกรรมกระดาษถ่ายเอกสารยังคงมีการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงจากผู้ผลิตในประเทศจีนและอินโดนีเซีย

การพัฒนาองค์กร

ด้านธุรกิจ

  • ขยายกำลังการผลิตสายธุรกิจบรรจุภัณฑ์ Flexible Packaging ภายในประเทศ สำหรับบรรจุสินค้าอุปโภคบริโภคต่าง ๆ เช่น ผ้าอ้อมสำเร็จรูป และบรรจุภัณฑ์แบบเติม เป็นต้น โดยบริษัทพรีแพคประเทศไทย จำกัด ได้ขยายกำลังการผลิตอีก 70 ล้านตารางเมตรต่อปี ที่จังหวัดสมุทรสาคร โดยเริ่มผลิตได้ในไตรมาสแรกของปี 2559
  • • เพิ่มฐานการผลิตกระดาษบรรจุภัณฑ์ โดยลงทุนขยายกำลังการผลิตในบริษัท Vina Kraft Paper Co., Ltd. ประเทศเวียดนาม ส่งผลให้กำลังการผลิตกระดาษบรรจุภัณฑ์เพิ่มขึ้น 243,000 ตันต่อปี เป็นการลงทุนเพื่อตอบสนองความต้องการใช้กระดาษบรรจุภัณฑ์ในประเทศเวียดนามที่เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเริ่มผลิตได้ในไตรมาสแรกของปี 2560 ซึ่งเร็วกว่าแผนที่ได้ตั้งเป้าหมายไว้เป็นเวลาสามเดือน
    [ดำเนินธุรกิจตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในด้านความมีเหตุผลและความรู้]

ด้านทรัพยากรบุคคล

  • เอสซีจี แพคเกจจิ้ง ได้นำแนวทาง Workforce Planning มาประยุกต์ใช้โดยได้มีการวิเคราะห์กำลังพลและความรู้ความสามารถของพนักงาน โดยกำหนดแผนงานรองรับสำหรับการสรรหาและพัฒนาให้มีพนักงานในจำนวนที่เพียงพอและตรงกับความต้องการของธุรกิจทั้งในปัจจุบันและสำหรับแผนธุรกิจในอนาคต
  • มุ่งยกระดับระบบพัฒนาบุคลากร (Learning and Talent Transformation Program) เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นว่าพนักงานจะได้รับการเตรียมความพร้อม ให้สามารถรับความท้าทายของธุรกิจที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
  • • นำระบบบริหารผลการปฏิบัติงาน (Performance Management System) มาใช้เพื่อให้ผู้บังคับบัญชาและผู้ใต้บังคับบัญชาได้มีการสื่อสาร ทำความเข้าใจเป้าหมายร่วมกัน เกิดความเป็นธรรมในการประเมินผลงาน และเป็นช่องทางให้ผู้บังคับบัญชาเข้าใจและสามารถให้ความช่วยเหลือผู้ใต้บังคับบัญชาได้อย่างถูกต้อง
    [ดำเนินธุรกิจตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในด้านการมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี ความรู้ และคุณธรรม]

ด้านนวัตกรรม

  • พัฒนาบรรจุภัณฑ์สำหรับบรรจุผักผลไม้สดเพื่อการส่งออก (OptiBreath?) ที่ช่วยยืดอายุของผักผลไม้สดได้นานกว่าถุงพลาสติกธรรมดาถึงร้อยละ 50 ผ่านเทคโนโลยีพิเศษ Inorganic Filler สามารถควบคุมการผ่านเข้าออกของก๊าซและไอน้ำได้ในปริมาณที่เหมาะสมเอื้อต่อกระบวนการหายใจของผักผลไม้สด ผู้บริโภคสามารถเก็บผักผลไม้ที่ยังคงความสดได้นานยิ่งขึ้น โดยไม่ก่อให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่หันมาใส่ใจสุขภาพมากยิ่งขึ้น
  • พัฒนาบรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดฐานแบนเรียบ (Flat Bottom) สามารถตั้งวางสินค้าบนชั้นวางได้อย่างโดดเด่น มั่นคง แม้ว่าของที่บรรจุจะมีน้ำหนักเบา ก็ยังสามารถคงรูปอยู่ได้ เหมาะสำหรับการจัดวางและเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า
  • พัฒนาชั้นวางสินค้าเพื่อการส่งเสริมการขาย (PopTech: Point of Purchase Technology) ที่มีกระดาษเป็นวัสดุหลักในการผลิต ตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ต้องการออกแบบชั้นวางสินค้าในรูปแบบที่หลากหลาย สามารถนำกลับไปรีไซเคิลได้ ลดระยะเวลาในการติดตั้งและลดพื้นที่ในการจัดเก็บ ช่วยประหยัดต้นทุนด้านการขนส่งและเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย
  • • พัฒนาบรรจุภัณฑ์อาหารปลอดภัยแบรนด์ “Fest (เฟสท์)” ด้วยการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายไปยังร้านค้าปลีกและพัฒนาการบริการให้ครบวงจรด้วยการเพิ่มการบริการออกแบบลวดลายบรรจุภัณฑ์ ตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ต้องการใช้บรรจุภัณฑ์ในโอกาสต่าง ๆ ได้มากขึ้น
    [ดำเนินธุรกิจตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในด้านการมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี]

การดำเนินธุรกิจตามหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน

  • ดำเนินธุรกิจโดยให้ความสำคัญในการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่าจึงได้ศึกษาและพัฒนาหาแนวทางการใช้พลังงานทดแทน การลงทุนเพื่อประหยัดพลังงาน ตลอดจนสื่อสารเพื่อสร้างความตระหนักในการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่าให้กับพนักงาน ส่งผลให้มีโครงการต่าง ๆ ได้แก่
    • โครงการลดการใช้พลังงานในกระบวนการผลิต โดยการนำความร้อนกลับคืน
    • โครงการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานของกับดักไอน้ำ
    • การใช้หลอดไฟ LED แทนการใช้หลอดไฟฟลูออเรสเซนต์เพื่อลดการใช้พลังงาน
    • โครงการผลิตก๊าซชีวมวลจากเปลือกไม้ยูคาลิปตัสซึ่งเป็นของเสียจากกระบวนการผลิตเยื่อ ใช้ทดแทนน้ำมันเตาในเตาเผาปูนขาว
  • ปรับปรุงกระบวนการผลิตเพื่อลดการสูญเสียและลดการใช้น้ำ การรวบรวมน้ำทิ้งจากเครื่องจักรเพื่อหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ ตลอดจนการนำน้ำที่ผ่านการบำบัดแล้วกลับมาใช้ซ้ำ เช่น น้ำหล่อเย็น น้ำทิ้งจากเครื่องทำเยื่อแผ่น และน้ำฉีด Felt & Wire เป็นต้น
  • ลดปริมาณการเกิดวัสดุเหลือใช้ภายในโรงงาน และการนำวัสดุเหลือใช้กลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดด้วยการติดตั้งเตาเผาปูนขาวเพื่อลดปริมาณ Lime Mud ซึ่งเป็นวัสดุเหลือใช้จากกระบวนการผลิตเยื่อทำให้เกิดเป็นแคลเซียมคาร์บอเนตสามารถนำมาเป็นวัตถุดิบในกระบวนการผลิตเยื่อต่อไป
  • • ดูแลชุมชนรอบโรงงานและผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน ให้ความสำคัญกับการพัฒนาสังคมผ่านโครงการต่าง ๆ อาทิ กิจกรรม “สืบสานพระราชปณิธาน 70,000 ฝาย รวมพลังรักษ์น้ำทั่วไทย” ที่ร่วมสร้างฝายชะลอน้ำตามแนวพระราชดำริโครงการ Green Mart ที่สนับสนุนชุมชนรอบโรงงานด้วยการเปิดช่องทางให้ชุมชนได้มีพื้นที่นำเสนอสินค้าชุมชน โครงการเอสซีจี แพคเกจจิ้ง ส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน (Happy Community) ส่งเสริมอาชีพให้ชุมชนและผู้ประกอบการวิสาหกิจให้มีรายได้โดยนำผลิตภัณฑ์ของชุมชนมาผลิตเป็นของที่ระลึกเพื่อมอบในโอกาสวันขึ้นปีใหม่โครงการค่ายเยาวชนรุ่นใหม่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม (SCG Packaging Green Academy) ปีที่ 9 ปลูกฝังเยาวชนรอบโรงงานให้มีทัศนคติและสร้างจิตสำนึกที่ดีต่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม โครงการประกวดออกแบบบรรจุภัณฑ์ SCG Packaging x Wallpaper* The Challenge 2016 หัวข้อ “สร้างคุณค่าสู่สังคม” ที่เปิดโอกาสให้เยาวชนรุ่นใหม่มีความคิดสร้างสรรค์และมีเวทีในการแสดงศักยภาพด้านการออกแบบผ่านการประกวด โดยบรรจุภัณฑ์จากการประกวดจะไปช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับชุมชน
    [ดำเนินธุรกิจตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในด้านความพอประมาณ การมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี ความรู้ และคุณธรรม]


ข้อมูลทางการเงิน (ล้านบาท)

  2559 2558 2557 2556 2555
ข้อมูลจากงบแสดงฐานะการเงิน
สินทรัพย์หมุนเวียน 24,558 24,295 22,969 21,782 19,927
สินทรัพย์ 85,369 83,218 73,987 65,169 58,439
หนี้สิน 32,617 34,892 29,150 26,133 22,656
ส่วนของผู้ถือหุ้น 52,752 48,326 44,837 39,036 35,782
ข้อมูลจากงบกำไรขาดทุน
รายได้จากการขาย 74,542 70,907 64,614 59,135 57,430
ต้นทุนและค่าใช้จ่าย 70,330 66,838 60,368 54,731 53,127
กำไรสำหรับปี * 3,565 3,463 3,448 3,587 3,560
EBITDA ** 10,745 10,831 9,718 9,473 8,844

* กำไรสำหรับปีส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่
** กำไรก่อนต้นทุนทางการเงิน ภาษีเงินได้ ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย รวมเงินปันผลรับจากบริษัทร่วม