หน้าหลัก > ธุรกิจเครือซิเมนต์ไทย 
 
   
ภาพรวมธุรกิจ
สินค้าสำคัญ
บริษัทสำคัญ
ผลการดำเนินงาน
การพัฒนาองค์กร
การดำเนินธุรกิจ ตามหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน
       
เอสซีจี เปเปอร์ (SCG Paper)
 

ภาพรวมธุรกิจ

เอสซีจีเข้าสู่ธุรกิจกระดาษ ในปี พ.ศ. 2519 ปัจจุบัน ธุรกิจกระดาษ ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์กระดาษแบบครบวงจร รายใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ประกอบด้วย เยื่อกระดาษ กระดาษพิมพ์เขียน กระดาษอุตสาหกรรม และบรรจุภัณฑ์ ผลิตสินค้าคุณภาพมาตรฐานโลก เป็นที่ยอมรับของลูกค้าทั้งในประเทศ และต่างประเทศ สามารถดำรงความเป็นผู้นำตลาดทั้งในประเทศ และภูมิภาคอาเซียน

เพื่อรองรับการแข่งขันที่รุนแรง ธุรกิจฯ มุ่งเน้นการสร้างสรรค์นวัตกรรม ส่งผลให้มีสินค้าและบริการ ใหม่ๆ ที่มีมูลค่าเพิ่ม เพื่อสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า

การปรับปรุงระบบการบริหารงานทั่วทั้งองค์กร ตลอดจนการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการอย่างต่อเนื่อง ทำให้สามารถเพิ่มปริมาณผลผลิตให้กับประเทศ รวมทั้งเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน จนได้รับรางวัลอันทรงเกียรติหลายรางวัล เช่น รางวัล Deming Prize จาก สมาพันธ์นักวิทยาศาสตร์และวิศวกรแห่งประเทศญี่ปุ่น รางวัลคุณภาพแห่งชาติ (TQA) และรางวัล Award for TPM Excellence จาก Japan Institute of Plant Maintenance

Visit SCG Paper Website (http://paper.scg.co.th)

ข้อมูลทางการเงิน เอสซีจี เปเปอร์ (SCG Paper)

  2556 2555 2554 2553 2552
ข้อมูลจากงบแสดงฐานะทางการเงิน (ล้านบาท)
สินทรัพย์หมุนเวียน 21,782 19,927 16,963 16,088 13,121
สินทรัพย์ * 65,169 58,439 52,534 50,127 47,942
หนี้สิน * 26,133 22,656 20,007 19,957 19,780
ส่วนของผู้ถือหุ้น 39,036 35,783 32,527 30,170 28,162
ข้อมูลจากงบกำไรขาดทุน (ล้านบาท)
รายได้จากการขาย 59,135 57,430 54,839 51,714 42,729
ต้นทุนและค่าใช้จ่าย 54,731 53,127 50,461 46,972 39,740
กำไรสำหรับปีก่อนรายการที่ไม่เกิดขึ้นเป็นประจำ ** 3,587 3,560 3,331 3,490 2,286
กำไรสำหรับปี *** 3,587 3,560 3,331 3,490 2,286
EBITDA **** 9,473 8,844 8,831 9,129 7,901

* ปี 2554 ปรับปรุงใหม่เพื่อแสดงเปรียบเทียบกับปี 2555
** กำไรก่อนรายการขายเงินลงทุน ค่าเผื่อการด้อยค่าของเงินลงทุนและอื่นๆ สุทธิจากภาษีเงินได้
*** กำไรสำหรับปีส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่
**** กำไรก่อนต้นทุนทางการเงิน ภาษีเงินได้ ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย รวมเงินปันผลรับจากบริษัทร่วม

 

สินค้าสำคัญและกำลังผลิตต่อปี
- กระดาษอุตสาหกรรม 1,880,000 ตัน
- บรรจุภัณฑ์ 976,000 ตัน
- กระดาษพิมพ์เขียน 570,000 ตัน
- เยื่อกระดาษ 470,000 ตัน

บริษัทสำคัญ

ชื่อบริษัท

สัดส่วนการถือหุ้น โดยตรง/อ้อม
ทั้งหมด
(%)

บริษัทจัดการ  
บริษัทเอสซีจี เปเปอร์ จำกัด (มหาชน) 98
บริษัทย่อย  
บริษัทผลิตภัณฑ์กระดาษไทย จำกัด 98
บริษัทกระดาษสหไทย จำกัด (มหาชน) 98
บริษัทสยามคราฟท์อุตสาหกรรม จำกัด 98
United Pulp & Paper Co., Inc. 98
Paperlink Inter-Trade Corporate 98
บริษัทสยามเซลลูโลส จำกัด 98
บริษัทอินโฟเซฟ จำกัด 98
บริษัทสยามฟอเรสทรี จำกัด 98
บริษัทพนัสนิมิต จำกัด 98
บริษัทไทยพนาสณฑ์ จำกัด 98
บริษัทไทยพนาดร จำกัด 98
บริษัทไทยพนาราม จำกัด 98
บริษัทสวนป่ารังสฤษฎ์ จำกัด 98
บริษัทสยามพนาเวศ จำกัด 98
บริษัทไทยพนาบูรณ์ จำกัด 98
บริษัทไทยวนภูมิ จำกัด 98
บริษัทฟินิคซ พัลพ แอนด์ เพเพอร์ จำกัด (มหาชน) 98
บริษัทฟินิคซ ยูทิลิตี้ จำกัด 98
บริษัทเอสซีจีพี เอ็คเซลเลนซ์ เทรนนิ่ง เซ็นเตอร์ จำกัด 98
บริษัทเอสซีจี เปเปอร์ เอนเนอร์ยี่ จำกัด 98
บริษัทไทยเคนเปเปอร์ จำกัด (มหาชน) 85
บริษัทกลุ่มสยามบรรจุภัณฑ์ จำกัด 69
บริษัทไทยคอนเทนเนอร์ขอนแก่น จำกัด 69
บริษัทไทยคอนเทนเนอร์ระยอง จำกัด 69
Vina Kraft Paper Co., Ltd. 69
TGC Rengo (S) Limited 69
New Asia Industries Co., Ltd. 69
Alcamax Packaging (Vietnam) Co., Ltd. 69
AP Packaging (Hanoi) Co., Ltd. 69
Packamex (Vietnam) Co., Ltd. 69
PT Primacorr Mandiri 62
บริษัทไดน่า แพคส์ จำกัด 52
บริษัทโอเรียนท์คอนเทนเนอร์ จำกัด 52
บริษัทตะวันนาบรรจุภัณฑ์ จำกัด 50
บริษัทไทยบริติชซีเคียวริตี้ พริ้นติ้ง จำกัด (มหาชน) 49
บริษัทไทยบริติช ดีโพสต์ จำกัด 25
บริษัทร่วมและอื่นๆ  
บริษัทสยามทบพันแพคเกจจิ้ง จำกัด 48
บริษัทสยามนิปปอน อินดัสเตรียล เปเปอร์ จำกัด 44
P&S Holdings Corporation 39
TCG Rengo Subang (M) Sdn, Bhd. 17

ที่ตั้งโรงงาน

เยื่อกระดาษและกระดาษพิมพ์เขียน
 
ราชบุรี กาญจนบุรี สมุทรปราการ ขอนแก่น

กระดาษอุตสาหกรรม
  ราชบุรี กาญจนบุรี ปราจีนบุรี ฟิลิปปินส์ เวียดนาม

บรรจุภัณฑ์
  ปทุมธานี สมุทรปราการ ราชบุรี สงขลา ชลบุรี ปราจีนบุรี สระบุรี ระยอง ขอนแก่น สมุทรสาคร มาเลเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม


ผลการดำเนินงาน

เอสซีจี เปเปอร์ มีรายได้จากการขายรวม 59,135 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 3 เทียบกับปี 2555 จากปริมาณการขายผลิตภัณฑ์กระดาษบรรจุภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้น มี EBITDA เท่ากับ 9,473 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 7 จากปีก่อน และมีกำไรสำหรับปี 3,587 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 1 จากปีก่อน โดยรวมอยู่ในระดับคงที่ เมื่อเทียบกับปีก่อน กระดาษบรรจุภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ (Packaging Chain): ปริมาณขายรวมเพิ่มขึ้นร้อยละ 3 จากปีก่อน

กระดาษบรรจุภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์กระดาษลูกฟูก (Packaging Chain): ปริมาณขายรวมเพิ่มขึ้นร้อยละ 3 จากปีก่อน ตามความต้องการใช้กระดาษบรรจุภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ในอาเซียนที่เพิ่มขึ้น จากการขยายตัวของสภาพเศรษฐกิจ
เยื่อกระดาษและกระดาษ (Fibrous Chain): ปริมาณขายรวมเพิ่มขึ้นร้อยละ 7 เทียบกับปี 2555 อันเป็นผลมาจากปริมาณขายเยื่อเพิ่มสูงขึ้น ในขณะที่กระดาษพิมพ์เขียนปริมาณขายรวมลดลง เนื่องจากกำลังการผลิตส่วนเพิ่มที่มีเข้ามาในประเทศเป็นจำนวนมาก และปริมาณความต้องการในประเทศที่ลดลง

การพัฒนาองค์กร

ด้านธุรกิจ

เข้าซื้อหุ้นร้อยละ 75 ในบริษัทไดน่า แพคส์ จำกัด และบริษัทโอเรียนท์คอนเทนเนอร์ จำกัด ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ในประเทศไทย ซึ่งมีกำลังการผลิต 121,000 ตันต่อปี
เข้าซื้อหุ้นร้อยละ 90 ในบริษัท PT Primacorr Mandiri นับเป็นก้าวแรกของเอสซีจี เปเปอร์ ในการเข้าสู่ตลาดบรรจุภัณฑ์ในประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งคาดว่าจะเติบโตอย่างรวดเร็ว ทั้งการบริโภคภายในประเทศและการลงทุนจากต่างประเทศ ทำให้ธุรกิจบรรจุภัณฑ์มีกำลังการผลิตรวมทั้งในประเทศไทย และประเทศต่างๆ ในอาเซียนรวมทั้งสิ้น 1,013,000 ตันต่อปีในปลายปี 2556
บรรลุข้อตกลงให้บริษัท Nippon Paper Industries Co., Ltd. ประเทศญี่ปุ่นเข้าร่วมทุนร้อยละ 30 ในธุรกิจเยื่อและกระดาษเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การพัฒนาสินค้าใหม่ การตลาด และช่องทางจัดจำหน่าย ที่มุ่งเน้นสินค้าและบริการที่มีมูลค่าเพิ่มสูง (HVA) มุ่งสู่การเป็นผู้นำธุรกิจอย่างยั่งยืนในอาเซียน

ด้านทรัพยากรบุคคล

จัดตั้งบริษัทเอสซีจีพี เอ็คเซลเลนซ์ เทรนนิ่ง เซ็นเตอร์ จำกัด เพื่อพัฒนาความรู้ ทักษะ และความชำนาญ ด้วยการสร้างระบบการเรียนรู้เชิงปฏิบัติ โดยจัดอบรมทั้งด้านเทคนิคการผลิตเยื่อกระดาษ บรรจุภัณฑ์ ฯลฯ และวิชาชีพอื่น ๆ ตามสายงานใหักับพนักงานทุกระดับ รวมทั้งบริหารจัดการองค์ความรู้ต่าง ๆ อันเป็นส่วนสนับสนุนการสร้างนวัตกรรมและมุ่งสู่การดำเนินงานที่เป็นเลิศ
สร้างเครือข่ายพันธมิตรกับสถาบันการศึกษา และผู้ผลิตอุปกรณ์หรือเครื่องจักรที่มีชื่อเสียงทั้งในประเทศและต่างประเทศ ร่วมพัฒนาหลักสูตรด้านเทคนิคการผลิตต่าง ๆ รวมทั้งจัดหาอุปกรณ์ทดลองและโปรแกรมจำลองสถานการณ์สำหรับการเรียน การสอน (SPEC Simulation Program) เพื่อให้การเรียนรู้ของพนักงานเกิดประสิทธิผลสูงสุด
ให้ความสำคัญในการปลูกจิตสำนึกด้านความปลอดภัยของพนักงานทุกระดับทั้งในการทำงานและการใช้ชีวิตประจำวัน ผ่านการรณรงค์เรื่องการขับขี่ปลอดภัย "Safe Drive Save Lives ขับขี่ปลอดภัยเพื่อชีวิตและครอบครัว"

ด้านนวัตกรรม

พัฒนาเทคโนโลยีการพิมพ์ระบบออฟเซตและการพิมพ์ระบบดิจิตอลสำหรับบรรจุภัณฑ์ เพื่อเพิ่มความหลากหลายของสินค้าและบริการ สามารถตอบสนองความต้องการ ของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ มุ่งสู่การเป็นผู้นำธุรกิจบรรจุภัณฑ์ครบวงจร
ผลิตกระดาษที่สัมผัสอาหารโดยตรง ที่มีความปลอดภัยสูง ตั้งแต่ขั้นตอนการเลือกวัตถุดิบ ความสะอาดในกระบวนการผลิตและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ จนเป็นกระดาษสำหรับบรรจุภัณฑ์ อาหารรายแรกของประเทศไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน GMP (Good Manufacturing Practice) รวมทั้งได้รับการรับรองตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์ที่สัมผัสอาหารโดยตรง ทั้งในประเทศไทย ยุโรปและสหรัฐอเมริกา
พัฒนาสายพันธุ์ยูคาลิปตัส และใช้เทคโนโลยี Photoautotrophic จำลองสภาพแวดล้อมการเจริญเติบโตของพืช เพื่อคัดเลือกสายพันธุ์ที่ทนต่อสภาวะแวดล้อม ที่แตกต่างกัน อาทิ ทนแล้ง ทนดินเค็ม ทนดินด่าง ซึ่งการใช้เทคโนโลยีดังกล่าวช่วยลดระยะเวลา การปลูกทดสอบในพื้นที่จริงจาก 4 ปี เหลือเพียง 2 ปี เพื่อรับมือกับสภาวะโลกร้อนที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ผลิต Dissolving Pulp จากไม้ยูคาลิปตัสป่าปลูก โดยปรับปรุงกระบวนการผลิตเยื่อสำหรับกระดาษเดิม ให้เหมาะสมกับการผลิต Dissolving Pulp ที่เป็นวัตถุดิบในการผลิตเส้นใยเรยอนของอุตสาหกรรมสิ่งทอ มีคุณสมบัติเบาสบาย ดูดซับความชื้น ระบายอากาศและความร้อนได้ดี อีกทั้งดูแลรักษาง่าย และทนต่อสารซักฟอก
พัฒนากระดาษทำผิวกล่องสีขาวให้มีคุณภาพ 2 ระดับ เพื่อรองรับความต้องการของตลาด ได้แก่ กระดาษทำผิวกล่องสีขาวคุณภาพสูง มีความแข็งแรง รับนํ้าหนักการเรียงซ้อนได้ดี ช่วยป้องกันความเสียหายจากการขนส่ง เหมาะสำหรับอุตสาหกรรมห้องเย็นและกระดาษทำผิวกล่องสีขาว คุณภาพปานกลาง ผลิตจากกระดาษรีไซเคิลร้อยละ 100

 

การดำเนินธุรกิจตามหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน
มุ่งสร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างยั่งยืนด้วยแนวคิด "Thinking Forward for Sustainability คิดไกล...เพื่ออนาคต" ตอบสนองความต้องการที่ไม่สิ้นสุดอย่างยั่งยืน ภายใต้ข้อจำกัดของทรัพยากรที่เปลี่ยนแปลงไป
Green Product ผลิตภัณฑ์ต้องมาจากต้นยูคาลิปตัสทรัพยากรยั่งยืนที่ไม่มีวันหมดไป สามารถผ่านระบบการจัดการของเสีย (Waste Management) ที่รีไซเคิลหรือย่อยสลายได้ง่าย ช่วยลดปริมาณขยะบนโลกและสานต่อสู่ความยั่งยืนในอนาคต รวมทั้งเพิ่มคุณค่าแก่ผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง ผ่านคุณค่าหลัก 3 ด้านที่ผู้บริโภคในปัจจุบันและอนาคตต้องการ ได้แก่ มีสุขภาพที่ดี (Good Health) อยู่ดีมีสุข (Enjoy Living) และสะดวกใช้งานมากยิ่งขึ้น (More Convenience)
Green Process ใส่ใจด้านสิ่งแวดล้อมตลอดสายกระบวนการผลิต (Green Value Chain) ด้วยการเลือกใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยและดีที่สุด เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนรอบข้างจัดการพลังงาน ของเสีย รวมถึงบำบัดนํ้าทิ้งไม่ให้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สนับสนุนการวิจัยและพัฒนาการใช้เชื้อเพลิงชีวมวล ในกระบวนการผลิตให้คุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด โดยใช้เศษเปลือกไม้ที่ไม่ใช้แล้วจากการผลิตเยื่อ หรือเศษวัสดุเหลือใช้ อาทิ ตะกอนจากบ่อบำบัดนํ้า Waste Reject ที่ได้จากการรีไซเคิลกระดาษและตะกอนจากบ่อบำบัด ที่สามารถนำไปเพิ่มประโยชน์ โดยผ่านกระบวนการหมักเพื่อผลิตปุ๋ยอินทรีย์
Green Mind เสริมสร้างจิตสำนึกให้พนักงานและผู้บริโภคใส่ใจสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมกิจกรรมภายในชุมชนให้มีมาตรฐานเป็นต้นแบบ ในการสร้างรายได้และอาชีพให้กับคนในชุมชน และเปิดเป็นศูนย์การเรียนรู้ให้กับบุคคลภายนอก อาทิ โครงการศูนย์เรียนรู้ชุมชนต้นแบบของบริษัทฟินิคซ พัลพ แอนด์ เพเพอร์ จำกัด (มหาชน) สนับสนุนการเรียนรู้เพื่อปรับปรุงและฟื้นฟูที่ดินให้สามารถปลูกพืชสวนครัว สร้างรายได้เสริมให้แก่สมาชิกในชุมชน พร้อมทั้งเป็นแหล่งเรียนรู้ให้แก่ชุมชนใกล้เคียง กิจกรรม SCG Paper Green Academy พัฒนาเยาวชนรอบโรงงานให้มีใจอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ฯลฯ