หน้าหลัก > ธุรกิจเอสซีจี 
 
   
ภาพรวมธุรกิจ
สินค้าสำคัญ
บริษัทสำคัญ
ผลการดำเนินงาน
การพัฒนาองค์กร
การดำเนินธุรกิจ ตามหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน
       
เอสซีจี เคมิคอลส์ (SCG Chemicals)

 

ภาพรวมธุรกิจ

เอสซีจีเข้าสู่ธุรกิจเคมีภัณฑ์ในปี พ.ศ. 2526 ปัจจุบัน ธุรกิจเคมีภัณฑ์ ผลิตและจำหน่าย เคมีภัณฑ์ครบวงจร ตั้งแต่ขั้นต้น ได้แก่ โอเลฟินส์ ขั้นกลาง ได้แก่ สไตรีนโมโนเมอร์ พีทีเอ และเอ็มเอ็มเอ และขั้นปลาย ได้แก่ เม็ดพลาสติกหลักทั้ง 4 ประเภท ได้แก่ โพลิเอททีลีน โพลิโพรไพลีน โพลิไวนิลคลอไรด์ และโพลิสไตรีน โดยเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ของประเทศ และเป็นผู้ผลิตชั้นนำในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

ด้วยคุณภาพผลิตภัณฑ์ ความสามารถในการบริหารจัดการ และการดำเนินธุรกิจซึ่งเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง ธุรกิจฯ ประสบความสำเร็จในการร่วมทุนกับบริษัทชั้นนำระดับโลก อาทิ The Dow Chemical ประเทศสหรัฐอเมริกา Mitsui Chemicals และ Mitsubishi Rayon ประเทศญี่ปุ่น

เพื่อรับมือกับการแข่งขันที่สูงขึ้น ตลอดจนการผันผวนของราคา ธุรกิจฯ พัฒนาสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มสูง และเพิ่มประเภทสินค้าให้หลากหลายยิ่งขึ้น ธุรกิจฯ ให้ความสำคัญกับการบริหารคุณภาพและการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ทำให้ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติหลายรางวัล อาทิ รางวัล Deming Prize จาก
สมาพันธ์นักวิทยาศาสตร์และวิศวกรแห่งประเทศญี่ปุ่น และรางวัล Prime Minister's Industry Award for outstanding achievement in environmental conservation

Visit SCG Chemicals Website (http://www.scgchemicals.co.th)

ข้อมูลทางการเงิน เอสซีจี เคมีคอลส์ (SCG Chemicals)

  2558 2557 2556 2555 2554
ข้อมูลจากงบแสดงฐานะทางการเงิน (ล้านบาท)
สินทรัพย์หมุนเวียน* 45,679 47,070 51,321 46,423 43,257
สินทรัพย์ 185,583 183,884 192,063 176,837 176,583
หนี้สิน 79,818 99,133 109,273 99,968 95,884
ส่วนของผู้ถือหุ้น 105,765 84,751 82,790 76,869 80,699
ข้อมูลจากงบกำไรขาดทุน (ล้านบาท)
รายได้จากการขาย 200,433 248,118 209,997 203,539 192,929
ต้นทุนและค่าใช้จ่าย 170,433 237,386 202,921 206,946 192,642
กำไรสำหรับปี ** 28,488 12,461 11,292 2,690 11,190
EBITDA *** 42,900 26,142 20,342 2,690 14,394

* ปี 2554 มีการจัดประเภทรายการใหม่
** กำไรสำหรับปีส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่
*** กำไรก่อนต้นทุนทางการเงิน ภาษีเงินได้ ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย รวมเงินปันผลรับจากบริษัทร่วม

 

สินค้าสำคัญและกำลังผลิตต่อปี
Olefins
- Ethylene
1,700,000 ตัน
- Propylene
1,200,000 ตัน
- Mixed C4
180,000 ตัน
- Benzene
320,000 ตัน
Polyolefins
- HDPE
1,220,000 ตัน
- LD/LLDPE
220,000 ตัน
- PP
720,000 ตัน
PVC
- PVC Resin
850,000 ตัน
- PVC Paste Resin
36,000 ตัน
- PVC Compound
152,000 ตัน
PVC Finished Products
- PVC Profiles
26,000 ตัน
- PVC Pipes and Fittings
165,000 ตัน
- PVC Compound
152,000 ตัน
Joint Venture with Mitsui Chemicals
- PTA
1,440,000 ตัน
- PP Compound
168,000 ตัน
- PET
133,000 ตัน
Joint Venture with Dow Chemical
- LLDPE
85,000 ตัน
- Specialty Elastomer
13,000 ตัน
- Propylene Oxide
20,000 ตัน
- SM
300,000 ตัน
- PS
142,000 ตัน
- SB Latex
18,000 ตัน
Joint Venture with Mitsubishi Rayon
- MMA
175,000 ตัน
- BMA
13,000 ตัน
- Continuous Cast Sheet (CCS)
20,000 ตัน
JPT Chandra Arsi Petrochemical Tbk.
- Ethylene
600,000 ตัน
- Propylene
320,000 ตัน
- Py-gas
280,000 ตัน
- Mixed C4
220,000 ตัน
- PE
336,000 ตัน
- PP
480,000 ตัน
- SM
340,000 ตัน

 

บริษัทสำคัญ
ชื่อบริษัท สัดส่วนการถือหุ้น โดยตรง/อ้อม
ทั้งหมด (%)
บริษัทจัดการ  
บริษัทเอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด 100
บริษัทย่อย  
บริษัทไทยโพลิเอททีลีน จำกัด 100
บริษัทเอสซีจี พลาสติกส์ จำกัด 100
บริษัทเอสซีจี เพอร์ฟอร์มานซ์ เคมิคอลส์ จำกัด 100
บริษัทระยองวิศวกรรมและซ่อมบำรุง จำกัด 100
บริษัทโปรเทค เอ้าท์ซอสซิ่ง จำกัด 100
บริษัทอาร์ ไอ แอล 1996 จำกัด 100
บริษัทเท็กซ์พลอร์ จำกัด 100
บริษัทวีนา เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด 100
SCG Chemicals (Singapore) Pte. Ltd. 100
Tuban Petrochemicals Pte.Ltd. 100
Hexagon International, Inc. 100
C4 Holding Pte. Ltd. 100
PT TPC Indo Plastic & Chemical 96
บริษัทระยองไปป์ไลน์ จำกัด 92
บริษัทไทยพลาสติกและเคมีภัณฑ์ จำกัด (มหาชน) 91
บริษัททีพีซี เพสต์ เรซิน จำกัด 91
บริษัทนวพลาสติกอุตสาหกรรม (สระบุรี) จำกัด 91
บริษัทนวพลาสติกอุตสาหกรรม จำกัด 91
บริษัทนวอินเตอร์เทค จำกัด 91
Chemtech Co., Ltd. 91
บริษัทโทเทิลแพลนท์เซอร์วิส จำกัด 91
บริษัทเอสซีจี ไอโค พอลิเมอร์ จำกัด 87
บริษัทมาบตาพุด แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด 82
Minh Thai House Component Co., Ltd. 73
บริษัทมาบตาพุดโอเลฟินส์ จำกัด 67
บริษัทระยองโอเลฟินส์ จำดัด 67
Rayong Olefins (Singapore) Pte. Ltd. 67
Viet-Thai Plastchem Co., Ltd. 66
Alliance Petrochemical Investment (Singapore) Pte. Ltd. 65
TPC Vina Plastic and Chemicals Corporation Ltd. 63
บริษัทสยามสเตบิไลเซอร์ส แอนด์ เคมิคอลส์ จำกัด 54
บริษัทโฟลว์แล็บ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด 51
บริษัทร่วมและอื่น ๆ  
SCG Platics (China) Co., Limited 58
บริษัทสยาม มิตซุย พีทีเอ จำกัด 50
บริษัทเอส เอ็ม เอช จำกัด 50
บริษัทสยามสไตรีนโมโนเมอร์ จำกัด 50
บริษัทสยามเลเทกซ์สังเคราะห์ 50
บริษัทสยามโพลิเอททีลีน จำกัด 50
บริษัทสยามโพลีสไตรีน จำกัด 50
บริษัทระยอง เทอร์มินัล จำกัด 50
PT Siam Maspion Terminal 50
บริษัทเอสดีกรุปเซอร์วิซ จำกัด 50
บริษัทกรุงเทพ ซินธิติกส์ จำกัด 49
บริษัทไทย เอ็มเอ็มเอ จำกัด 47
บริษัทแกรนด์ สยาม คอมโพสิต จำกัด 46
บริษัทไทย เอ็มเอฟซี จำกัด 45
บริษัทสยาม โทเซลโล จำกัด 45
Long Son Petrochemicals Co., Ltd. 44
Mehr Petrochemical Company (P.J.S.C.) 39
PT Trans-Pacific Polyethylene Indonesia 39
PT Trans-Pacific Polyethlindo 39
NawacamCo., Ltd. 36
บริษัทริเก้น (ไทยแลนด์) จำกัด 32
PT Chandra Asri Petrochemical Tbk. 30
GTC Technology US, LLC 25
GTC Technology International, LP 25
Tien Phong Plastics Joint Stock Company 22
PT Trans-Pacific Petrochemical Indotama 20
บริษัทไทย เพ็ท เรซิน จำกัด 20
Mitsui Advanced Composites (Zhongshan) Co., Ltd. 20
Binh Minh Plastics Joint Stock Company 19
PT Trans-Pacific Polypropylene Indonesia 10
PT Trans-Pacific Styrene Indonesia 10
PT Srithai Maspion Indonesia 10

ที่ตั้งโรงงาน

Olefins/Polyolefins
ประเทศไทย: ระยอง
ต่างประเทศ: อินโดนีเซีย อิหร่าน

PVC Resin and Compound
ประเทศไทย: ระยอง สมุทรปราการ ปทุมธานี
ต่างประเทศ: อินโดนีเซีย เวียดนาม

PVC Finished Products
ประเทศไทย: ระยอง สระบุรี

PP Compound
ประเทศไทย: ระยอง
ต่างประเทศ: จีน

Propylene Oxide
ประเทศไทย: ระยอง


ผลการดำเนินงาน

ในปี 2558 เอสซีจี เคมิคอลส์ มีรายได้จากการขายรวม 200,433 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 19 จากปีก่อน แม้ธุรกิจจะมีปริมาณการขายเม็ดพลาสติกที่เพิ่มขึ้น สืบเนื่องมาจากราคาขายของสินค้าที่ปรับตัวลดลงตามราคาน้ำมัน อย่างไรก็ตาม EBITDA และกำไรสำหรับปีปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 64 และร้อยละ 129 จากปีก่อน เป็น 42,900 ล้านบาท และ 28,488 ล้านบาท ตามลำดับ ผลจากส่วนต่างระหว่างราคาสินค้าและราคาวัตถุดิบที่เพิ่มมากขึ้น

การตลาดและการแข่งขัน

ปี 2558 ธุรกิจเคมีภัณฑ์อยู่ในช่วงวัฏจักรขาขึ้น เนื่องจากการชะลอการลงทุนก่อสร้างโรงงานผลิตโอเลฟินส์ใหม่ ทำให้อุปทานส่วนเพิ่มมีน้อยกว่า การเติบโตของอุปสงค์ในตลาด ช่วยเพิ่มส่วนต่างระหว่างราคาสินค้าและราคาวัตถุดิบ ทำให้ผลประกอบการโดยรวมของ เอสซีจี เคมิคอลส์ ปรับตัวดีขึ้น
ราคาแนฟทาซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักอยู่ที่ 491 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ลดลงร้อยละ 43 จากปีก่อน ตามการปรับราคานํ้ามันในขณะที่ ราคาเฉลี่ยเม็ดพลาสติกโพลิเอทิลีนอยู่ที่ 1,237 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ราคาโพลิโพรไพลีนอยู่ที่ 1,159 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ลดลงร้อยละ 20 และร้อยละ 26 จากปีก่อน ตามลำดับ แม้ว่าราคาขายสินค้าจะลดลงแต่ราคาวัตถุดิบที่ลดลง ในสัดส่วนที่สูงกว่าทำให้ส่วนต่างระหว่าง ราคาสินค้าและราคาวัตถุดิบปรับตัวเพิ่มขึ้น
ธุรกิจเคมีภัณฑ์เป็นธุรกิจที่มีความผันผวนสูง เอสซีจี เคมิคอลส์ จึงมุ่งพัฒนาสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มสูง (High Value Added Products and Services หรือ HVA)และมีความผันผวนน้อยกว่า เช่น เม็ดพลาสติกทนอุณหภูมิเย็นจัดและร้อนจัดสำหรับผลิตบรรจุภัณฑ์อาหาร และเม็ดพลาสติกสำหรับผลิตท่อทนแรงดันสูง ซึ่งใช้ในอุตสาหกรรมก๊าซธรรมชาติและเหมืองแร่ รวมถึงการนำเอาความรู้ความเชี่ยวชาญ ด้านการดำเนินงานอุตสาหกรรมปิโตรเคมี มาใช้ในการสร้างนวัตกรรม และงานบริการที่หลากหลาย เช่น สารเคลือบเตาเผาเพื่ออนุรักษ์พลังงาน หุ่นยนต์สำหรับทำงานตรวจสอบ สภาพเครื่องจักร และสภาพโรงงาน งานให้คำปรึกษาการดำเนินงานตรวจสภาพและซ่อมบำรุงครั้งใหญ่ และบริการตรวจสอบและรับรองมาตรวัดการไหล ในท่อขนส่งผลิตภัณฑ์ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของธุรกิจอย่างยั่งยืน

 

การพัฒนาองค์กร

ด้านธุรกิจ

พัฒนาเม็ดพลาสติกเกรดพิเศษอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า เช่น เม็ดพลาสติกสำหรับผลิตอุปกรณ์การแพทย์เครื่องใช้ไฟฟ้า ส่วนประกอบรถยนต์ และบรรจุภัณฑ์ ทำให้ปริมาณการขายสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มสูงเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 53 ของสินค้าทั้งหมด
ซื้อหุ้นเพิ่มเติมอีกร้อยละ 49 ในบริษัท Norner Holding AS ประเทศนอร์เวย์ ในเดือนสิงหาคม 2558 ส่งผลให้ เอสซีจี เคมิคอลส์ ถือหุ้นทั้งหมดในกลุ่มบริษัท Norner ผู้ให้บริการด้านการวิจัยและพัฒนาพลาสติกระดับโลก โดยทั้งสองบริษัทอยู่ในระหว่างการร่วมกันพัฒนาโครงการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าโพลิเมอร์ เช่น โพลิโพรไพลีนที่มีคุณภาพสูงขึ้นตามความต้องการของอุตสาหกรรมยานยนต์ และเทคโนโลยีการผลิตแบบใหม่เพื่อผลิตโพลิเอทิลีนที่มีคุณสมบัติขั้นสูง
ขยายผลการจัดการธุรกิจด้วย หลักการ Integrated Business Excellence (IBE) ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในระบบการผลิต (Production System) และการวางแผนงานอย่างเชื่อมโยงกันทั้งห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) โดยในปี 2558 เอสซีจี เคมิคอลส์ สามารถเพิ่ม อัตราการผลิตของโรงงาน ปรับเปลี่ยนการจัดการกลุ่มผลิตภัณฑ์ (Product Portfolio) และการจัดการสินค้าคงคลังคิดเป็นมูลค่าเพิ่มทั้งสิ้นกว่า 1,200 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมุ่งเน้น เรื่องการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กร (Cultural Transformation) เพื่อปรับทัศนคติของพนักงาน ให้เห็นคุณค่าของการปรับปรุงการทำงานอย่างต่อเนื่อง (Continuous Improvement) รวมถึงคัดเลือกกลุ่มพนักงานที่มีศักยภาพสูงให้ออกจากงานเดิมมาทำงานโครงการปรับปรุงอย่างเต็มตัว
เริ่มดำเนินการผลิตและจัดจำหน่ายเม็ดพลาสติกโพลิเอทิลีนสำหรับผลิตท่อแรงดันสูงซึ่งใช้ในอุตสาหกรรมก๊าซธรรมชาติและเหมืองแร่ โดยเป็นเม็ดพลาสติกเกรดพิเศษ ที่ได้การรับรองมาตรฐานจากสมาคมอุตสาหกรรมท่อพลาสติกแห่งประเทศออสเตรเลีย และได้รับการยอมรับจาก ผู้ผลิตท่อพลาสติกจากนานาประเทศ

ยกระดับคุณภาพการผลิตเม็ดพลาสติกโพลิโพรไพลีนเพื่อนำไปผลิตโพลิโพรไพลีนคอมพาวนด์สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยเน้นคุณสมบัติการรับแรงกระแทกสูง แม้จะมีน้ำหนักเบาเพื่อประหยัดพลังงาน รวมถึงคุณสมบัติในด้านรูปลักษณ์ ได้แก่ การลดแสงสะท้อนของวัสดุ ที่ใช้ภายในห้องโดยสาร และการขึ้นรูปโดยปราศจากริ้วรอยที่เกิดจากการไหลตัว (Tiger Stripe)

บริษัท PT Chandra Asri Petrochemical Tbk. ประเทศอินโดนีเซีย ได้ดำเนินการขยายกำลังผลิตแล้วเสร็จและเริ่มเดินเครื่อง โดยมีกำลังการผลิตเอทิลีนเพิ่มขึ้นจาก 600,000 เป็น 860,000 ตันต่อปี ทั้งนี้บริษัทอยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างโรงงานผลิตยางสังเคราะห์ที่ร่วมลงทุนกับบริษัท Compagnie Financière du groupe Michelin โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2561

ด้านทรัพยากรบุคคล

ให้ความสำคัญในการรักษาพนักงานให้อยู่ในองค์กร จากผลการสำรวจความผูกพันต่อองค์กร (Employee Engagement Survey) ปีล่าสุดซึ่งพนักงานได้ร่วม ตอบแบบสำรวจครบทุกคน ได้แสดงให้เห็นถึงค่าความพึงพอใจในการทำงานที่สูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลจากการดำเนินนโยบาย ในการดูแลพนักงานอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการสื่อสารระหว่างผู้บริหารและพนักงาน เพื่อส่งเสริมเอกภาพในการขับเคลื่อนองค์กร มุ่งเน้นการพัฒนาบุคลากร โดยจัดตั้งคณะทำงาน SCG Chemicals Academy ซึ่งประกอบด้วยผู้บริหาร และคณะทำงานจากทุกสายวิชาชีพ ได้แก่ กลุ่ม Operations กลุ่ม Commercial กลุ่ม Technology และกลุ่ม Corporate Function โดยคณะทำงานดังกล่าว มีหน้าที่วางแนวทางในการพัฒนา ความสามารถของพนักงาน ให้มีความสอดคล้องกับทิศทางของธุรกิจ
กำหนดตำแหน่งงานสำคัญ (Strategic Position) ที่มีบทบาทหลักในการขับเคลื่อนองค์กรให้เป็นไปตามกลยุทธ์ของ เอสซีจี เคมิคอลส์ จัดวางบุคลากรที่มีศักยภาพสูง เข้าดำรงตำแหน่งดังกล่าว พร้อมทั้งพัฒนาความรู้และทักษะใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์ของธุรกิจในอนาคต อบรมการบริหารความปลอดภัยในกระบวนการผลิต (Process Safety Management) ซึ่งมุ่งเน้นการสร้างระบบการทำงานเพื่อความปลอดภัยสูงสุด นอกจากนี้ศูนย์การพัฒนาบุคลากรด้านเคมีภัณฑ์ (Operation Excellence Training Center) ได้พัฒนาระบบควบคุมการผลิตซึ่งจำลองจากระบบจริงในโรงงาน เพื่อใช้ฝึกทักษะและความเชี่ยวชาญ ในการควบคุมกระบวนการผลิตอย่างปลอดภัยในภาวะฉุกเฉิน

ด้านนวัตกรรม

ได้ทำสัญญาเพื่อความร่วมมือในการทำวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับอุตสาหกรรมปิโตรเคมีกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และได้ร่วมกันเปิดศูนย์วิจัย SCG – Chula Engineering Research Center ที่อาคาร100 ปี คณะวิศวกรรมศาสตร์ เพื่อสร้างงานวิจัยที่ตอบโจทย์ด้านอุตสาหกรรม รวมถึงเพื่อรองรับการขยายงานที่มากขึ้นด้วย์
คิดค้นนวัตกรรมเพื่อบรรจุภัณฑ์ปลอดภัย ได้แก่ เม็ดพลาสติกเกรดพิเศษสำหรับผลิตบรรจุภัณฑ์ที่สามารถทนความเย็นในกระบวนการแช่แข็งได้ต่ำสุดถึง –40 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นอุณหภูมิที่ทำให้อาหารแข็งตัวอย่างฉับพลัน ทำให้สามารถรักษาคุณค่าและรสชาติของอาหารได้เป็นอย่างดี รวมถึงสามารถทนความร้อนได้ถึง 130 องศาเซลเซียส เหมาะกับการอุ่นอาหารที่มีส่วนประกอบของน้ำมันที่มีจุดเดือดสูง
ตั้งโรงงานเชิงพาณิชย์แห่งแรกในประเทศไทย ที่สามารถแปลงของเสียจากอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ให้เป็นผลิตภัณฑ์เกลือเคมีผสม ซึ่งนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างดี ในกระบวนการฟอกเยื่อกระดาษ ของบริษัทในเอสซีจี ระบบนี้มีสิทธิบัตรรองรับ ช่วยลดการใช้สารเคมีในโรงงาน และลดการใช้ทรัพยากรน้ำได้กว่า 100,000 ลูกบาศก์เมตรต่อปี
หน่วยงาน Design Catalyst มุ่งพัฒนาการออกแบบนวัตกรรมที่ใส่ใจ (Innovation for Care) ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับผู้บริโภค เช่น
 
  • ชุดภาชนะและเครื่องใช้บนโต๊ะอาหารสำหรับผู้สูงอายุ ซึ่งพัฒนาและออกแบบร่วมกับโรงพยาบาลกลาง ให้เหมาะสำหรับการใช้งานอย่างถูกต้อง ตามหลักสรีรศาสตร์ รวมถึงผลิตจากเมลามีนคุณภาพสูงซึ่งมีน้ำหนักเบา สะดวกในการใช้งาน
  • เฝือกโพลิเมอร์ (Poly-Cast) ซึ่งออกแบบมาให้แพทย์ทำการรักษาได้อย่างสะดวก ผลิตจากโพลิเมอร์คอมพาวนด์ชนิดพิเศษ ที่มีคุณสมบัติอ่อนตัวได้ที่อุณหภูมิ 60 องศาเซลเซียส สามารถใช้ความร้อนในการปรับรูปทรงของเฝือก นอกจากนี้ยังมีสารป้องกันแบคทีเรียและมีโครงสร้างที่มีรูพรุนเพื่อระบายอากาศ น้ำหนักเบาแต่คงยังไว้ซึ่งความแข็งแรง

 

การดำเนินธุรกิจตามหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน
 
 
นำหลักการโรงงานอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ (Eco Factory) ของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย มาปรับใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงาน ที่มุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพเชิงเศรษฐนิเวศ (Eco Efficiency) เพื่อเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์และลดภาระต่อสิ่งแวดล้อม
สนับสนุนการจัดตั้งวิสาหกิจชุมชน 12 แห่งในพื้นที่มาบตาพุด จังหวัดระยอง ให้สามารถสร้างรายได้อย่างยั่งยืน เพื่อส่งเสริมชุมชนสู่การเป็นชุมชนเชิงนิเวศ (Eco Community) และช่วยขับเคลื่อนจังหวัดระยองให้เป็นเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ (Eco Industrial Town)
จากการดำเนินการดังกล่าว ทำให้ในปี 2558 เอสซีจี เคมิคอลส์ เป็นบริษัทแรกในธุรกิจเคมีภัณฑ์ในประเทศไทย ที่ได้รับการรับรองโรงงานอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ จากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ครบทุกโรงงาน และได้ร่วมมือกับสมาคมเพื่อนชุมชน เพื่อให้การช่วยเหลือเพื่อนโรงงานอุตสาหกรรม ให้ดำเนินการตามหลักการโรงงานอุตสาหกรรมเชิงนิเวศอีกด้วย นอกจากนี้เอสซีจี เคมิคอลส์ ยังเป็นธุรกิจเคมีภัณฑ์แห่งแรกในประเทศไทย ที่ได้รับการรับรองอุตสาหกรรมสีเขียวระดับ 5 ซึ่งเป็นระดับสูงสุด จากกระทรวงอุตสาหกรรม และได้มีการสนับสนุนให้คู่ค้า และพันธมิตรเข้าสู่กระบวนการรับรอง อุตสาหกรรมสีเขียวด้วย