หน้าหลัก > รู้จักเอสซีจี

รู้จักเอสซีจี

       
องค์กรนวัตกรรม

สร้างนวัตกรรมเพื่อเพิ่มมูลค่าให้สินค้าและบริการ เอสซีจีมุ่งมั่นเพิ่มศักยภาพในการวิจัย และพัฒนา เพื่อสร้างคุณค่าทั้งด้านสินค้าและบริการ กระบวนการทำงาน รวมทั้งรูปแบบธุรกิจใหม่ๆ อย่างสม่ำเสมอ โดยเห็นได้จากจำนวนนักวิจัย และพัฒนา และงบลงทุนด้านนี้ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองความต้องการ และสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า ซึ่งจะส่งผลให้รักษาความเป็นผู้นำ และเติบโตอย่างมั่นคงต่อไป เอสซีจี กำหนดนโยบายให้ทุกธุรกิจพัฒนาสินค้า และบริการที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงการแข่งขันด้านราคา ส่งผลให้มีสินค้าและบริการใหม่ๆ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เอสซีจียังคิดค้นนวัตกรรม เพื่อพัฒนาสภาพแวดล้อมและสังคม ให้เติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน

การสร้างนวัตกรรมของเอสซีจี ไม่ได้เพียงเพื่อพัฒนาสินค้าและบริการใหม่ๆ ที่สามารถแข่งขันได้ในปัจจุบันเท่านั้น แต่ยังมองถึงความต้องการที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เพื่อตอบสนองรูปแบบชีวิตของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป สร้างสภาพสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น และรองรับกฎเกณฑ์ทางการค้าต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น ด้วยการลงทุนด้านการพัฒนาเทคโนโลยี อาทิ ร่วมมือกับสถาบันการศึกษาและสถาบันวิจัยทั้งในประเทศและต่างประเทศ และการจัดทำ Technology roadmap เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับการเติบโตในระยะยาว


การพัฒนาองค์กรด้านนวัตกรรม


เอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง (SCG Cement-Building Materials)


วิจัยและพัฒนานวัตกรรมที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมสำหรับผู้สูงอายุ SCG Eldercare Solution โดยเพิ่มเติมผลิตภัณฑ์นวัตกรรมที่นอกเหนือจาก ห้องน้ำให้ครอบคลุมการใช้ชีวิตที่สะดวกปลอดภัยสำหรับบ้านทั้งหลัง อาทิเช่น ระบบแสงสว่างนำทางอัตโนมัติในเวลากลางคืน พื้นลดแรงกระแทกและอุปกรณ์ช่วยพยุงสำหรับใช้ภายในและภายนอก วัสดุผนังเพื่อสุขภาพ ดูดกลิ่นและควบคุมความชื้น เป็นต้น

วิจัยและพัฒนานวัตกรรมปูนซีเมนต์และมอร์ตาร์ ปูนฉาบอิฐมวลเบาสูตรแพลตทินั่ม ด้วยเทคโนโลยีโมเลกุลยืดหยุ่นที่ช่วยต้านทานการแตกร้าว ทำให้ลดรอยแตกร้าวจากการฉาบผนังอิฐมวลเบาและการซ่อมแซมหน้างานโดยไม่จำเป็น

วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการพิมพ์ภาพแบบดิจิตัลลงบนวัสดุไฟเบอร์ซีเมนต์ที่เกิดจากเทคโนโลยีการรีดขึ้นรูป เพื่อเพิ่มความสวยงามของวัสดุ ให้เทียบเท่าวัสดุธรรมชาติ แต่มีความแข็งแรงทนทาน ในการใช้งานได้ยาวนานกว่า ทั้งการใช้งานภายในและภายนอก

วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการพิมพ์ชิ้นงานสามมิติบนวัสดุซีเมนต์ ทั้งบนเทคโนโลยีการพิมพ์แบบผง (Powder bed printing technology) และเทคโนโลยีการพิมพ์แบบฉีด (Extrusion printing technology) เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีการก่อสร้างให้มีความรวดเร็วในการทำงาน ลดเศษวัสดุที่หน้างาน ลดการใช้แรงงานในการก่อสร้าง และสร้างรูปแบบของชิ้นงานที่ Free form และโครงสร้างอาคารที่รูปแบบการก่อสร้างปกติไม่สามารถทำได้

วิจัยและพัฒนานวัตกรรมการก่อสร้างระบบสำเร็จรูป (Prefabrication) ที่มีคุณภาพและติดตั้งรวดเร็ว อาทิเช่น Precast Concrete Panel ระบบผนังคอนกรีตสำเร็จรูป ที่เพิ่มนวัตกรรมสร้าง High value added ที่แตกต่าง ด้วยแผ่นผนังที่เรียบเนียนเพื่อลดการฉาบเก็บหน้างาน และ Non-shrink grout สูตรพิเศษป้องกันปัญหาการรั่วซึมที่บริเวณรอยต่อแผ่น

พัฒนาระบบผนังสำเร็จรูปสำหรับใช้ภายในด้วยหลากหลายนวัตกรรมที่ตอบสนองความต้องการใช้งานและการก่อสร้างที่แตกต่างกัน เช่น Walli-T ระบบผนังหล่อในที่ ที่ได้ความแข็งแรงและลดจำนวนรอยต่อหน้างาน, S Wall ผนังสำเร็จรูปคอนกรีตมวลเบาที่มีน้ำหนักเบา แข็งแรงและช่วยเพิ่ม ประสิทธิภาพการติดตั้ง เหมาะกับอุตสาหกรรมก่อสร้างในปัจจุบันที่กำลังเผชิญกับสภาวะการขาดแคลนแรงงาน


เอสซีจี เคมิคอลส์ (SCG Chemicals)


ได้ทำสัญญาเพื่อความร่วมมือในการทำวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับอุตสาหกรรมปิโตรเคมีกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และได้ร่วมกันเปิดศูนย์วิจัย SCG – Chula Engineering Research Center ที่อาคาร100 ปี คณะวิศวกรรมศาสตร์ เพื่อสร้างงานวิจัยที่ตอบโจทย์ ด้านอุตสาหกรรม รวมถึงเพื่อรองรับการขยายงานที่มากขึ้นด้วย

คิดค้นนวัตกรรมเพื่อบรรจุภัณฑ์ปลอดภัย ได้แก่ เม็ดพลาสติกเกรดพิเศษสำหรับผลิตบรรจุภัณฑ์ที่สามารถทนความเย็นในกระบวนการแช่แข็งได้ต่ำสุดถึง –40 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นอุณหภูมิที่ทำให้อาหารแข็งตัวอย่างฉับพลัน ทำให้สามารถรักษาคุณค่าและรสชาติของอาหารได้เป็นอย่างดี รวมถึงสามารถทนความร้อนได้ถึง 130 องศาเซลเซียส เหมาะกับการอุ่นอาหารที่มีส่วนประกอบของน้ำมันที่มีจุดเดือดสูง

ตั้งโรงงานเชิงพาณิชย์แห่งแรกในประเทศไทยที่สามารถแปลงของเสีย จากอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ให้เป็นผลิตภัณฑ์เกลือเคมีผสม ซึ่งนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างดี ในกระบวนการฟอกเยื่อกระดาษของบริษัทในเอสซีจี ระบบนี้มีสิทธิบัตรรองรับ ช่วยลดการใช้สารเคมีในโรงงาน และลดการใช้ทรัพยากรน้ำได้กว่า 100,000 ลูกบาศก์เมตรต่อปี

หน่วยงาน Design Catalyst มุ่งพัฒนาการออกแบบนวัตกรรมที่ใส่ใจ (Innovation for Care) ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับผู้บริโภค เช่น
 
  • ชุดภาชนะและเครื่องใช้บนโต๊ะอาหารสำหรับผู้สูงอายุ ซึ่งพัฒนาและออกแบบร่วมกับโรงพยาบาลกลาง ให้เหมาะสำหรับการใช้งาน อย่างถูกต้องตามหลักสรีรศาสตร์ รวมถึงผลิตจากเมลามีนคุณภาพสูงซึ่งมีน้ำหนักเบา สะดวกในการใช้งาน
  • เฝือกโพลิเมอร์ (Poly-Cast) ซึ่งออกแบบมาให้แพทย์ทำการรักษาได้อย่างสะดวก ผลิตจากโพลิเมอร์คอมพาวนด์ชนิดพิเศษ ที่มีคุณสมบัติอ่อนตัวได้ที่อุณหภูมิ 60 องศาเซลเซียส สามารถใช้ความร้อนในการปรับรูปทรงของเฝือก นอกจากนี้ยังมีสารป้องกันแบคทีเรีย และมีโครงสร้างที่มีรูพรุนเพื่อระบายอากาศ น้ำหนักเบาแต่คงยังไว้ซึ่งความแข็งแรง

เอสซีจี แพคเกจจิ้ง (SCG Packaging)


พัฒนาบรรจุภัณฑ์กระดาษสำหรับอาหารแบรนด์ "Fest (เฟสท์)" ที่มีมาตรฐานด้านความสะอาดและปลอดภัย เหมาะสำหรับบรรจุอาหารโดยเฉพาะ ได้รับการรับรอง GMP (Good Manufacturing Practice) ตามมาตรฐาน EU Standard และ EU Regulation จากสหภาพยุโรป รวมถึง FDA ของสหรัฐอเมริกา ตอบโจทย์ผู้บริโภคในปัจจุบันและเพื่อส่งเสริมให้ผู้บริโภคมีสุขภาพที่ดีขึ้น

พัฒนาบรรจุภัณฑ์แบบระบายอากาศได้เองเมื่ออุ่นร้อนในเตาอบไมโครเวฟ (Self-Venting Packaging) ใช้สำหรับบรรจุอาหารประเภท Ready-To-Go Meal ด้วยนวัตกรรม EazySteam ที่สร้างกลไกการระบายอากาศในตัวบรรจุภัณฑ์เมื่อได้รับความร้อนจากเตาอบไมโครเวฟ ไม่จำเป็นต้องตัด เจาะ หรือเปิดบรรจุภัณฑ์ก่อนนำเข้าไปอุ่น ลดการปนเปื้อนของเชื้อโรคเข้าสู่อาหาร ให้ความสะดวก และปลอดภัยต่อการใช้งานแก่ผู้บริโภค

• พัฒนาฟิล์มฝาปิดบรรจุภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติป้องกันการเกิดฝ้าและลอกออกง่าย (Peel & Clear Lid Film) ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถมองเห็นอาหาร ก่อนเลือกซื้อตรงตามความต้องการ รวมถึงการนำกลับไปรับประทานก็สามารถเปิดลอกฝาบรรจุภัณฑ์ได้ง่าย โดยที่ไม่ต้องกังวลเรื่องการหกเลอะเทอะ ตลอดจนเรื่องความปลอดภัยสำหรับการปนเปื้อนของเศษพลาสติกลงในอาหาร

พัฒนาการผลิตถุงกระดาษอุตสาหกรรม (Industrial Bag Business) ตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ต้องการ ออกแบบถุงอุตสาหกรรมในรูปแบบที่หลากหลาย ด้วยนวัตกรรมการปิดฝาถุงแบบ Paste Valve ช่วยรองรับการวางเรียงซ้อนของถุงอุตสาหกรรมได้ดีขึ้น เพิ่มพื้นที่ในการขนส่งสินค้า และด้วยคุณสมบัติพิเศษของชั้นกระดาษ ทำให้สามารถดูดซับความชื้น ความร้อน ช่วยคงสภาพของสินค้าได้นานยิ่งขึ้น นอกจากนี้ เทคโนโลยี Micro Perforation Technique ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายอากาศ ทำให้พื้นที่ในการทำงานและตัวสินค้าสะอาด ปราศจากฝุ่น